ก่อนที่สยามจะเริ่มมีการใช้เพลงชาติเป็นเพลงของชาติอย่างเป็นทางการนั้น สยามได้ใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงหลักที่แสดงความเป็นองค์แทนหรือตัวแทนของความเป็นชาติผ่านสถาบันพระมหากษัตริย์มาก่อน (ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างปัจจุบันนั้น พระมหากษัตริย์ชาติสยามทุกพระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีพระราชอำนาจสูงสุดในประเทศ ดังนั้นเพลงสรรเสริญพระบารมี จึงเป็นบทเพลงสำหรับใช้บรรเลงเพื่อสรรเสริญพระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์นั่นเอง) โดยใช้บรรเลงถวายความเคารพตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. ๒๔๓๑

 

ประวัติความเป็นมาของเพลงสรรเสริญพระบารมี

"เล่าเรื่อง เพลงสรรเสริญพระบารมี เรื่องเก่าถึง ๖ รัชกาล นานกว่า ๑๕๐ ปี" โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานนิทรรศการประวัติเพลงสรรเสริญพระบารมีเนื่องในวันวันนริศ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๔

 

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อร้องโบราณฉบับที่ ๑

ฉบับนี้เป็นเนื้อร้องโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สำหรับใช้กับกองทัพบก เนื้อร้องเป็นดังนี้:

ข้าวรพุทธเจ้า เหล่าวิริยพลพลา
สบสมัยกา ละปิติกมล
ร่วมนรจำเรียงพรรค์ สรรดุริยพล
สฤษดิมณฑล ทำสดุดีเด่นฤบาล
ผลพระคุณะรักษา พลนิกายะศุขสานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด
จงสิฤษดิดัง หวังวรหฤทัย
ดุจถวายชัย ฉะนี้ฯ

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อร้องโบราณฉบับที่ ๒

ฉบับนี้เป็นเนื้อร้องโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สำหรับละคอนดึกดำบรรพ์ ณ วังบ้านหม้อ เนื้อเป็นดังนี้:

อ้าพระนฤปวง ทรงสิริวัฑฒนา
จงพระพุทธศา สนฐีติยง
ราชรัฐจงจิรัง ทั้งบรมวงศ์
ทีรฆดำรง ทรงกรุณาประชาบาล
ราชธรรมรักษา เปนหิตานุหิตสาร
ขอบันดาล ธประสงค์ ใด
จงสิทธิดัง หวังพระหฤทัย
ดุจถวายชัย ฉนี้ ฯ

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อร้องโบราณฉบับที่ ๓

ฉบับนี้เป็นเนื้อร้องโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สำหรับชายหญิงร้องร่วมกัน และกรมศึกษาธิการได้ประกาศใช้ในโรงเรียนทั่วไปเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕ เนื้อเป็นดังนี้:

ข้าวรพุทธเจ้า เหล่ายุพยุพดี
ยอกรชุลี วรบทบงสุ์
ชร้องศัพท์ถวายชัย ในนฤปทรง
พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณะรักษา ชนนิกายะศุขสานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด
จงสิทธิ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจถวายชัย ฉะนี้ฯ

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อร้องโบราณฉบับที่ ๔

ฉบับนี้เป็นเนื้อร้องโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สำหรับโรงเรียนชายล้วน โดยมีเนื้อร้องตอนต้นที่เปลี่ยนไปดังนี้ เนื้อเป็นดังนี้:

ข้าวรพุทธเจ้า เหล่าดรุณกุมารา
โอนศิรวันทา วรบทบงสุ์
ชร้องศัพท์ถวายชัย ในนฤปทรง
พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณะรักษา ชนนิกายะศุขสานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด
จงสิทธิ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจถวายชัย ฉะนี้ฯ

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อร้องโบราณฉบับที่ ๕

ฉบับนี้เป็นเนื้อร้องโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สำหรับโรงเรียนหญิงล้วน โดยมีเนื้อร้องตอนต้นที่เปลี่ยนไปดังนี้ เนื้อเป็นดังนี้:

ข้าวรพุทธเจ้า เหล่าดรุณกุมารี
โอนศิรชุลี วรบทบงสุ์
ชร้องศัพท์ถวายชัย ในนฤปทรง
พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณะรักษา ชนนิกายะศุขสานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด
จงสิทธิ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจถวายชัย ฉะนี้ฯ

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อร้องโบราณฉบับที่ ๖

ฉบับนี้เป็นเนื้อร้องโดยเนื้อร้องโดย เสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพร เป็นเนื้อร้องของทหารเรือสำหรับขับร้องถวาย เนื้อเป็นดังนี้:

ข้าวรพุทธเจ้า เหล่ายุทธพลนาวา
ขอถวายวันทา วรบทบงสุ์
ยกพลถวายชัย ให้สยามจง
อิสระยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ใจทหารทั้งบ่าวนาย ยอมขอตายถวายท่าน
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด
จงสฤษดิ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจจะถวายชัย ฉะนี้ ฯ

 

- เนื้อร้องทั้ง ๖ ฉบับร่วมขับร้องโดยนักศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และนักศึกษาชมรมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร ในงานวันนริศ พ.ศ. ๒๕๕๔

 

ปูมเหตุที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงคำร้องสุดท้ายของเพลงสรรเสริญพระบารมีจาก "ฉะนี้" เป็น "ไชโย" ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ปีพ.ศ. ๒๔๕๖

 

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อร้องตามประกาศของราชการฉบับแรก!

เพลงสรรเสริญพระบารมีเนื้อร้องโบราณอีกเนื้อหนึ่งของสมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์จากจานเสียงโอเดียนหน้าแดง ตอนจบเรื่องนางลอย ขับร้องโดยหม่อมส้มจีน พิณพาทย์โดยนายแปลกนายสอน ถือว่าเป็นเนื้อที่หาฟังยากมากเช่นกัน และตามประวัติเพลงแล้ว "ตับนางลอย" นั้นเก่ากว่าตับพรหมาสตร์ และเพลงชุดนางลอยก็เคยถูกนำออกแสดงที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๑ ส่วนตับพรหมาสตร์จะเป็นปีถัดมาคือ พ.ศ. ๒๔๔๒ และเนื้อร้องฉบับนี้ เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล เมื่อครั้งยังเป็น พระยาวิสุทธสุริยศักดิ์) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้ประกาศให้ใช้เนื้อร้องนี้สำหรับนักเรียนชายหญิงในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศขับร้อง เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕)

ข้าวรพุทธเจ้า เหล่ายุพยุพดี
ยอกรชุลี วรบทบงสุ์
ซร้องศัพท์ถวายชัย ในนฤปทรง
พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณะรักษา ชนนิกายะสุขศานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด
จงสิทธิ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจจะถวายชัย ฉะนี้

 

 

ในส่วนของเนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับปัจจุบันที่พวกเราชาวไทยต่างรู้จักกันดีนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเป็นผู้นิพนธ์เนื้อร้องประกอบและได้มีการบรรเลงเป็นครั้งแรก ณ ศาลายุทธนาธิการในปี พ.ศ. ๒๔๓๑ ต่อมาเมื่อถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำเพลงสรรเสริญพระบารมี มาพระราชนิพนธ์คำร้องขึ้นใหม่ โดยทรงรักษาคำร้องเดิมเอาไว้เกือบทุกอย่าง ยกเว้นแต่ทรงเปลี่ยนคำร้องในท่อนสุดท้ายว่า ฉะนี้ ให้เป็น ชโย และประกาศใช้ ในวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ และใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

เนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน (ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๖)



ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน
นบพระภูมิบาล บุญดิเรก
เอกบรมจักริน พระสยามินทร์
พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด
จงสฤษดิ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจถวายชัย ชโย



วีดิทัศน์รวมเพลงสรรเสริญพระบารมี บนกระบอกเสียงและแผ่นเสียงตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕

 

วีดิทัศน์ประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างเป็นทางการ โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๔ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าวโครงการจัดทำวีดิทัศน์ประกอบเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะอนุกรรมการปลูกฝังความรักและจิตสำนึกความเป็นไทย ในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เห็นว่าภาพประกอบเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เผยแพร่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีความหลากหลายไม่เป็นเอกภาพ จึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจจัดทำดีวีดีภาพประกอบเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งมีนายวิรัช อยู่ถาวร นักดนตรีและนักประพันธ์เพลง เป็นประธาน จัดทำวีดิทัศน์ประกอบเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เป็นแนวทางเดียวกัน โดยการจัดหาภาพประกอบให้เหมาะสมกับเนื้อหาและสาระของเนื้อเพลง พล.ต.อ.โกวิทกล่าวว่า โดยทั้ง ๒ เพลงนี้ได้ใช้เนื้อร้องและทำนองเดิมทุกอย่าง และจัดทำจำนวน ๔ แบบรวมทั้งสิ้น ๒๐๐๐ ชุด คือ วีซีดีเพลงชาติไทย ๒ รูปแบบ แบบที่ ๑ ชื่อชุด ทุกเชื้อชาติร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ เป็นการเสนอแนวคิด ไม่ว่าจะเป็นคนภาคใด ศาสนาใด ทุกคนพร้อมร่วมใจเคารพธงชาติร่วมกันด้วยความสามัคคี แบบที่ ๒ ชื่อชุด ร่วมแรงร่วมใจเพื่อชาติไทยของเรา เป็นการเสนอแนวคิด คนไทยทุกอาชีพ ทุกเพศทุกวัย ร่วมแรงร่วมใจระบายสีธงชาติ ซึ่งแต่ละสีสื่อถึงความหมาย สีแดงคือชาติ สีขาวคือทุกศาสนาและสีน้ำเงินคือพระมหากษัตริย์ สำหรับวีดิทัศน์เพลงสรรเสริญพระบารมี ๒ รูปแบบ แบบที่ ๑ นำเสนอแนวคิดสมุดบันทึกพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกในการสร้างภาพที่งดงามสมพระเกียรติ และแบบที่ ๒ นำเสนอแนวคิด รูปที่คนไทยทุกคนต้องมีทุกบ้าน โดยนำเสนอว่าไม่ว่าที่ใด พระองค์ท่านทรงอยู่เคียงข้างและทำเพื่อพสกนิกรทุกคน ซึ่งเป็นการนำเสนอภาพพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ที่ทรงพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

 

วีดิทัศน์ประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมี แบบที่ ๑ จัดทำโดย สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดเริ่มใช้เผยแพร่อย่างเป็นทางการในวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

 

วีดิทัศน์ประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมี แบบที่ ๒ จัดทำโดย สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดเริ่มใช้เผยแพร่อย่างเป็นทางการในวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี (ร้อง) จากการรวบรวมเพลงสำคัญของแผ่นดิน โดยสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี (บรรเลง) จากการรวบรวมเพลงสำคัญของแผ่นดิน โดยสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

 

 

 
นำเสนอโดย: สมาคมนักอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย (www.talkingmachine.org) และ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย (www.thaiflag.org) และ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระนคร (www.bangkokmuseum.org)
ขอขอบคุณ: สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ กัญญา ศรีภุมมา
จัดทำเว๊บไซต์โดย: วรกุล งามสระคู