เพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อร้องไทยเดิมฉบับแรกอย่างไม่เป็นทางการ!

ตามประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานยืนยัน "เพลงสรรเสริญพระบารมี" เริ่มมีการบันทึกเสียงครั้งแรกในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๐ ผู้ขับร้องในขณะนั้นจัดเป็นนักร้องดีประจำพระราชสำนัก ได้แก่ แม่ปุ่น และ แม่แป้น บรรเลงดนตรีประกอบโดยแตรวงกรมทหารราบที่ ๓ เป็นการบันทึกเสียงลงจานเสียงยี่ห้อ "ปาเต๊ะ" ของฝรั่งเศส เป็นจานเสียงชนิด "ร่องกลับทาง" (Center Start Disc) หมายถึงต้องวางเข็มจากตรงกลางแผ่นและเข็มจะหมุนทวนไปสุดขอบแผ่น บางคนในสมัยนั้นเรียกจานเสียงชนิดนี้ว่า "แผ่นกลับซ้าย" และเข็มที่ใช้เล่นกับจานเสียงชนิดนี้ต้องใช้เข็มเพชรหัวมนเท่านั้น ไม่ใช่เข็มเหล็กปลายแหลมอย่างที่หลายคนคุ้นเคย จานเสียงปาเต๊ะที่อัดเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีนี้ มีหมายเลขประจำแผ่นคือ ๔๗๐๓๗ หน้าตราของแผ่นที่ระบุชื่อเพลงและผู้ขับร้องเป็นแบบชนิด "เซาะร่องและปาดสี" (Engraved Label) สีที่ใช้สำหรับปาด บริษัทปาเต๊ะกำหนดให้ใช้ดินสีเหลืองเป็นสำคัญ (Yellow ochre pigment) เพราะสีเหลืองเป็นสีที่ตัดกับสีดำซึ่งเป็นสีของครั่งจึงทำให้หน้าตราจานเสียงเห็นเด่นชัด ต่างจากจานเสียงทั่วไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่มักใช้หน้าตราเป็นแบบพิมพ์บนกระดาษ (Paper Label)

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า บริษัทปาเต๊ะเป็นผู้ได้รับสิทธิ์เป็นผู้อัดเสียง "เพลงสรรเสริญพระบารมี" ฉบับแรกหรือที่เรียกว่า ฉบับแม่ปุ่นแม่แป้น แล้วท่านทราบหรือไม่ว่าบริษัทปาเต๊ะมีประวัติความเป็นมาอย่างไร? …ปาเต๊ะเป็นบริษัทผู้ผลิตจานเสียงของชาวฝรั่งเศสผู้ก่อตั้งคือ ชาร์ล ปาเต๊ะ (ก่อนหน้าปี พ.ศ. ๒๔๔๘ ปาเต๊ะเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำที่ผลิตเครื่องเล่นกระบอกเสียง และตัวกระบอกเสียงไขผึ้ง จากนั้นจึงผันมาผลิตจานเสียงเต็มตัว โดยเริ่มจากการประดิษฐ์จานเสียงไขผึ้งหุ้มบนแผ่นกระเบื้องชนิดหน้าเดียว (Wax on a cement base) แต่ประสบปัญหาไขผึ้งหลุดร่อนขณะเล่น จากนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๔๙ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๕๘ ปาเต๊ะจึงเปลี่ยนวัสดุจากไขผึ้งเป็นขี้ครั่ง แต่ยังคงเป็นหน้าตราแบบแกะสลักหรือเซาะร่องปาดสี (Shellac with engraved label) โดยเล่นด้วยความเร็ว ๙๐ ถึง ๑๐๐ รอบต่อนาที (RPM) พร้อมกับเปิดตัวเครื่องเล่นจานเสียงรุ่น PATHE A สำหรับใช้กับจานเสียงเข็มเพชรชนิดร่องกลับทางที่กล่าวถึงนี้

ชาร์ล ปาเต๊ะ ได้ส่งวิศวกรผู้ชำนาญงานด้านการบันทึกเสียงล่องเรือเข้ามายังกรุงสยาม เมื่อถึงบางกอกจึงได้ขอเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ เพื่อขอพระบรมราชานุญาตนำนักร้องเสียงดีประจำราชสำนัก บันทึกเสียงลงจานเสียงปาเต๊ะรุ่นแรก ช่วงรัตนโกสินทร์ศก ๑๒๗ ซึ่งตรงกับพ.ศ. ๒๔๕๐ (หลักฐานการโฆษณาจานเสียงปาเต๊ะ ชนิดร่องกลับทางดูได้จากหนังสือพิมพ์ "จีนโนสยามวารศัพท์" ซึ่งระบุไว้ว่าบริษัทรัตนมาลา ในขณะนั้นได้ขอพระบรมราชานุญาต ใช้ตราแผ่นดินของพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ เป็นตราประจำบริษัท และเป็นผู้จัดจำหน่ายจานเสียงยี่ห้อนี้)

อย่างที่กล่าวไว้ว่า นักร้องเสียงดีที่ถูกคัดเลือกให้ร้อง "เพลงสรรเสริญพระบารมี" ในครั้งนั้นก็คือ แม่ปุ่นและแม่แป้น แม่แป้นมีชื่อจริงว่านางแป้น วัชโรบล (พ.ศ. ๒๔๒๓ - ๒๔๖๕) เป็นนักร้องดังรุ่นเดียวกับแม่เจริญ พาทยโกศล หม่อมมาลัย กุญชร ณ. อยุธยา หม่อมคร้าม กุญชร ณ. อยุธยา และหม่อมจันทร์ กุญชร ณ. อยุธยา ในเจ้าพระยาเทเวศน์วงศ์วิวัฒน์ จากลีลาและลูกคอการร้องมีความกลมกลืนกันดีมากทั้งยังมีเสียงแหลมเล็กตามความนิยมของผู้ฟังในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง จึงถือว่าไม่ผิดหวังที่ทางบริษัทปาเต๊ะคัดเลือกนักร้องเสียงเอกคู่นี้มาร้อง "เพลงสรรเสริญพระบารมี" นอกเหนือจากนักร้องเสียงดีทั้งสองท่านนี้แล้ว การร้องยังเป็นการร้องส่งแตรวงทหาร คือแตรวงทหารราบที่ ๓ (ปัจจุบันคือกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์) ตามหลักฐานการค้นคว้า ผู้ที่บังคับกองแตรวงชุดนี้น่าจะเป็นพระยาวาทิตบรเทศ (ม.ร.ว. ชิต เสนีวงศ์ ณ. อยุธยา) เพราะเป็นผู้ที่บังคับและควบคุมกองแตรวงทหารมหาดเล็กตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๒๑ จนกระทั่งถึง พ.ศ. ๒๔๗๖

เมื่อวิศวกรปาเต๊ะบันทึกเสียงลงกระบอกเสียงเสร็จเรียบร้อยจึงส่งกระบอกเสียงต้นฉบับกลับไปทำจานเสียง ณ โรงงานผลิตแผ่นเสียงของปาเต๊ะชื่อ Forest Park ในประเทศเบลเยี่ยม สังเกตได้จากคำว่า เบลเยี่ยมที่สลักเป็นภาษาอังกฤษอยู่ในกรอบข้าวหลามตัด และ คำว่า PATHE - DB ซึ่งหมายถึง PATHE Division Belge บนจานเสียง ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โรงงาน Forest Park แห่งนี้เป็นสถานที่เก็บกระบอกเสียงต้นฉบับเพลงไทยเดิมโบราณในสมัยพระพุทธเจ้าหลวงจำนวนมาก แต่ในช่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ โรงงานแห่งนี้ได้ถูกทหารเยอรมันบุกเข้าทำลาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่กระบอกเสียงต้นฉบับเพลงไทยเดิมของชาติไทยสูญสลายไปจนหมดสิ้น นับตั้งแต่บัดนั้น

มีเรื่องเล่ากันว่า ขณะที่จานเสียงปาเต๊ะเพลงไทยเดิมซึ่งรวมถึง "เพลงสรรเสริญพระบารมี" ฉบับแม่ปุ่นแม่แป้นนี้ ถูกส่งจากโรงงานเข้ามาขายยังสยาม โดยมีบริษัทรัตนมาลาเป็นผู้จัดจำหน่าย ทางบริษัทปาเต๊ะฝรั่งเศสได้สั่งให้ใช้โลโก้ Discobolus ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางการของปาเต๊ะเพื่อเรียกขานจานเสียงเช่นเดียวกับจานเสียงปาเต๊ะในประเทศอื่นทั่วโลก (Discobolus Logo คือ สัญลักษณ์ที่เป็นรูปเทพเจ้ากรีกขว้างจานเสียงปาเต๊ะไปรอบโลก จุดประสงค์เพื่อบ่งบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่า เขาสามารถฟังดนตรีได้จากจานเสียงปาเต๊ะ) แต่สัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ชาวสยามกลับไม่ชื่นชอบและก็ไม่ได้มีความศรัทธาใดๆ กับเทพเจ้ากรีกที่ขว้างจานเสียง ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทรัตนมาลาจึงขออนุญาตบริษัทปาเต๊ะฝรั่งเศส ขออนุญาตออกแบบสัญลักษณ์จานเสียงปาเต๊ะเพลงไทยเองสำหรับประเทศสยามเป็นการเฉพาะ ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นช้างเผือกเหยียบลูกโลก ล้อมข้างด้วยช่อมะกอก โดยสัญลักษณ์นี้น้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสเห็น

"นายห้างปาเต๊ะ ให้แม่ปุ่นและแม่แป้นร้องเพลงสรรเสริญ" ประโยคเกริ่นนำข้างต้นซึ่งเป็นเสียงพูดสำเนียงเหน่อๆ ของแม่ปุ่นแม่แป้น แต่แฝงด้วยพลัง ทำให้รู้สึกได้ถึงสำเนียงและวิญญาณของคนบางกอกในสมัยนั้น นอกจากนี้แล้ว การร้องจะมีการเอื้อนและแบ่งวรรคตอนต่างจากในปัจจุบัน ทั้งยังร้องส่งดนตรีเหมือนเพลงไทยเดิมอีกต่างหาก ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? อย่าลืมว่าแม่ปุ่นและแม่แป้นเป็นนักร้องเสียงดีสังกัดวังบ้านหม้อ ซึ่งวังบ้านหม้อขณะนั้นเป็นบ้านของเจ้าพระยาเทเวศรวงศวิวัฒน์ (ม.ร.ว. หลาน กุญชร) และท่านได้ร่วมกับสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ร่วมกันคิดกระบวนการขับร้องแบบที่เรียกว่า "คอนเสิต" ออกมาจนเป็นที่นิยมของมหาชน ซึ่งการร้องแบบที่เรียกว่า "คอนเสิต" นี้ก็มีการกรอกเสียงลงจานเสียงปาเต๊ะร่องกลับทางอยู่หลายแผ่นด้วย จากนั้นเจ้าพระยาเทเวศรได้คิดเอาตัวละครมารำเข้ากับเพลงคอนเสิต พร้อมกับตั้งโรงละครขึ้นใหม่ภายในบ้านท่าน โดยมีชื่อว่า "โรงละคอนดึกดำบรรพ์" ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. ๒๔๔๒ ถือเป็นละครอย่างใหม่ ซึ่งเป็นที่ทรงโปรดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ยิ่งนัก จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๔๕๒ ท่านเริ่มเจ็บป่วย การเล่นละคอนจึงต้องยุติไปโดยปริยาย



แนวคิดเชิงวิเคราะห์ : บทร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อแรกมีในสยาม โดย: TOTO THAIVOICE
(URL: http://totothaivoice.blogspot.com/2012/02/blog-post_28.html)

 
นำเสนอโดย: สมาคมนักอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย (www.talkingmachine.org) และ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย (www.thaiflag.org) และ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระนคร (www.bangkokmuseum.org)
ขอขอบคุณ: สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ กัญญา ศรีภุมมา
จัดทำเว๊บไซต์โดย: วรกุล งามสระคู